Saturday, December 29, 2012
เจอแบบนี้ก็ดี
วันนี้นั่งเล่นFacebook ไปเพลินๆ ไปเจอคลิปตัวนึงที่แสดงให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทย และมารยาทที่ดีงามของคนไทย ก็เลยอยากนำเรื่องราวดีๆมาเล่าสู่กันฟังนะคะ เรื่องมีอยู่ว่า ผู้ชายเจ้าของคลิปได้ขับรถไปใน กทม.แล้วก็ได้ตั้งกล้องถ่ายไปเรื่อยๆ พอไปถึงแยกอะไรสักอย่างก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะข้ามถนน ก็เลยหยุดรถให้ข้าม ผู้หญิงคนนั้นก็ยกมือไว้ขอบคุณ ขอย้ำนะคะยกมือไหว้ขอบคุณ ซึ่งไม่เคยเห็นเลยในสมัยนี้ ซึ่งการยกมือไหว้ถือเป็นการให้ความเคารพ และแสดงถึงมารยาทที่ดีของสังคมไทย ผู้หญิงคนนั้น ยกมือไหว้ขอบคุณรถทั้งสองคันที่จอดให้เธอข้าม มันน่าทึ่งนะคะ เพราะเราเองก็ยังไม่เคยคิดจะยกมือไหว้ขอบคุณเลย อย่างดีที่สุดก็ผงกหัวนิดหน่อยเอง นั่นเป็นเรื่องของคนอื่นที่เขาเจอมา ส่วนเรื่องของผู้เขียนเองก็เจอมากับตัว ประมาณ 5 ปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสมาอยู่กับพี่ชายแถวคลองสาม ปทุมธานี แล้ววันนั้น จะต้องไปมหาวิทยาลัยแถวบางเขน เส้นทางทีจะต้องผ่านก็ถนนสายธัญบุรี ซึ่งขึ้นชื่อว่ารถติดมาก ปรากฏว่ารถติดไม่พอ ฝนดันตกหนักอีก มองไปข้างๆเห็นรถกระบะที่มีคนนั่งเต็มหลังกระบะ กำลังจะเปียกฝน ฝนเริ่มตกแรงขึ้น แรงขึ้น ในใจตอนนั้นคิดว่าถ้ามีร่มจะเอาออกไปให้ แต่แค่คิด รถJazz สีชมพูคันที่จอดอยู่ข้างหน้าก็เดินเอาร่มลงมาให้คนที่อยู่หลังรถกระบะ และก็มีอีกหลายคนที่อยู่รอบๆรถกระบะคันนั้นเดินเอาร่มมาให้เพิ่ม จนมีร่มหลายอันพอที่จะกันฝนให้กับคนที่นั่งท้ายรถกระบะ ผู้เขียนเห็นแล้วรู้สึกขนลุกมากเลยค่ะ ยังจำภาพนั้นได้อยู่เลย แต่ว่าลืมเลขทะเบียนรถJazzสีชมพูคันนั้นไป ถ้าใครพอจะรู้ก็มาบอกกล่าวกันบ้างนะคะ เห็นมั้ยคะว่าเพียงแค่สิ่งเล็กๆน้อยๆแม้เราจะจำไม่ได้ หากว่าเป็นสิ่งที่ดีคนก็ยังจดจำเราได้ และน่าเอามาเป็นตัวอย่างอีกด้วยค่ะ วันนี้อาจจะไม่มีคลิปแจกร่มมาให้ดูกัน แต่ก็ดูคลิปข้ามถนนไปก่อนนะคะ
Wednesday, December 19, 2012
วิธีคิดที่ทำให้ชีวิตเดินหน้าต่อไป
เคยมีใครบ้างมั้ยคะ ที่อยู่ๆก็มีความคิดเก่าๆลอยวนเวียนเข้ามาแบบไม่ตั้งใจ แต่สิ่งที่ผ่านเข้ามาแต่ละเรื่องนั้นก็อาจทำให้ใครบางคนมีน้ำตา แต่ในทางกลับกัน ก็ทำให้ใครอีกหลายคนมีแรงฮึดสู้ต่อไป
จากหลายๆเหตุการณ์ มีบทเรียนอยู่ในตัวของมันเอง หากเราลองเก็บมาคิดสักหนึ่งเรื่อง เช่น วันนี้เราตื่นแต่เช้าเพื่อรีบไปทำงาน เจอรถติด คนเยอะ ความน่าเบื่อก็เกิดขึ้นแล้ว แต่ถ้าคิดกลับกัน เราลองคิดใหม่ว่า วันนี้ฉันโชคดีที่เรายังมีชีวิต ยังได้ยินเสียงผู้คน ยังได้เดินออกมาดูสิ่งต่างๆที่อยู่บนโลกใบนี้ และเราก็ยิ้มให้กับตัวเอง บอกกับตัวเองว่า เราต้องเดินหน้าต่อไป
จขบ. เคยได้ยินท่านหนึ่งเคยพูดไว้ว่า ไม่ว่าเรา จะเจอปัญหาอะไรก็แล้วแต่ เราอย่าไปนึกจินตนาการไปก่อนว่าจะเกิดเรื่องไม่่ดี ให้เราทำใจสบายๆไม่ต้องคิดอะไร หรือถ้าคิดอะไรไม่ออกก็ให้ออกจากความคิด ให้เราลองหลับตาเบาๆสักพัก ปล่อยวางความเครียดความกังวลที่มีอยู่ในใจ เมื่อเราเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย ความคิดดีๆก็จะผ่านแวบเข้ามา วิธีนี้เป็นวิธีที่ จขบ.ได้ลองใช้มาแล้ว และได้ผลจริงๆ เราได้วิธีแก้ปัญหาแบบไม่ต้องเครียดกันมาก และที่สำคัญหน้าไม่แก่ด้วยค่ะ

จริงๆแล้วจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ ดังสุภาษิตที่บอกว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว แต่คนส่วนใหญ่มักจะดูแลกายมากกว่าใจ จริงมั้ยคะ อย่างเช่น ตื่นเช้ามาเราก็ต้องมาอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัวสวยๆหล่อๆ ส่องซ้าย ส่องขวาอยู่นั่นแหละกว่าจะได้ออกจากบ้าน บางคนอาจจะคิดว่าแล้วฉันจะดูแลใจของฉันอย่างไรล่ะ ก็มันอยู่ข้างในอ่ะ จะเอามาอาบน้ำปะแป้งก็ไม่ได้ แหม... ใจในที่นี้ก็หมายถึงสภาวะจิตของเรานั่นเองค่ะ ในแต่ละวันใจของเราได้รับสิ่งต่างๆเข้ามาเก็บสะสมมากมาย ไม่ว่าเราจะทำอะไร นั่งนอนยืนเดิน ใจก็จะมีหน้าที่บันทึกเรื่องราวเหล่านั้นเก็บไว้ เมื่อถึงเวลา เราก็จะเอาข้อมูลจากที่ใจเก็บไว้ออกมาใช้ ถ้าใครเก็บข้อมูลดีๆไว้ในใจ เวลานำออกมาใช้มันก็ออกมาในรูปแบบที่ดี แต่ถ้าใครเลือกเก็บในสิ่งที่ไม่ดี เวลานำออกมาใช้ ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นในแต่ละวันเราก็ต้องมาดูแลรักษาจิตใจของเราบ้าง โดยก่อนนอน เราก็สวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตาให้ใจเรามีความเมตตา ชุ่มเย็น นึกถึงสิ่งที่ดีๆที่เราทำมา และสำรวจข้อผิดพลาดของตัวเองในแต่ละวัน และจะนำไปปรับปรุงในวันรุ่งขึ้น เพียงเท่านี้จิตใจของเราก็ได้รับการดูแล และส่งผลไปถึงกายของเรา คือเป็นคนที่ใครเห็นก็อยากเข้าใกล้ เพราะว่าใจของเรามีแต่ความปรารถนาดีให้กับเขาค่ะ
จากหลายๆเหตุการณ์ มีบทเรียนอยู่ในตัวของมันเอง หากเราลองเก็บมาคิดสักหนึ่งเรื่อง เช่น วันนี้เราตื่นแต่เช้าเพื่อรีบไปทำงาน เจอรถติด คนเยอะ ความน่าเบื่อก็เกิดขึ้นแล้ว แต่ถ้าคิดกลับกัน เราลองคิดใหม่ว่า วันนี้ฉันโชคดีที่เรายังมีชีวิต ยังได้ยินเสียงผู้คน ยังได้เดินออกมาดูสิ่งต่างๆที่อยู่บนโลกใบนี้ และเราก็ยิ้มให้กับตัวเอง บอกกับตัวเองว่า เราต้องเดินหน้าต่อไป
จขบ. เคยได้ยินท่านหนึ่งเคยพูดไว้ว่า ไม่ว่าเรา จะเจอปัญหาอะไรก็แล้วแต่ เราอย่าไปนึกจินตนาการไปก่อนว่าจะเกิดเรื่องไม่่ดี ให้เราทำใจสบายๆไม่ต้องคิดอะไร หรือถ้าคิดอะไรไม่ออกก็ให้ออกจากความคิด ให้เราลองหลับตาเบาๆสักพัก ปล่อยวางความเครียดความกังวลที่มีอยู่ในใจ เมื่อเราเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย ความคิดดีๆก็จะผ่านแวบเข้ามา วิธีนี้เป็นวิธีที่ จขบ.ได้ลองใช้มาแล้ว และได้ผลจริงๆ เราได้วิธีแก้ปัญหาแบบไม่ต้องเครียดกันมาก และที่สำคัญหน้าไม่แก่ด้วยค่ะ
จริงๆแล้วจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ ดังสุภาษิตที่บอกว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว แต่คนส่วนใหญ่มักจะดูแลกายมากกว่าใจ จริงมั้ยคะ อย่างเช่น ตื่นเช้ามาเราก็ต้องมาอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัวสวยๆหล่อๆ ส่องซ้าย ส่องขวาอยู่นั่นแหละกว่าจะได้ออกจากบ้าน บางคนอาจจะคิดว่าแล้วฉันจะดูแลใจของฉันอย่างไรล่ะ ก็มันอยู่ข้างในอ่ะ จะเอามาอาบน้ำปะแป้งก็ไม่ได้ แหม... ใจในที่นี้ก็หมายถึงสภาวะจิตของเรานั่นเองค่ะ ในแต่ละวันใจของเราได้รับสิ่งต่างๆเข้ามาเก็บสะสมมากมาย ไม่ว่าเราจะทำอะไร นั่งนอนยืนเดิน ใจก็จะมีหน้าที่บันทึกเรื่องราวเหล่านั้นเก็บไว้ เมื่อถึงเวลา เราก็จะเอาข้อมูลจากที่ใจเก็บไว้ออกมาใช้ ถ้าใครเก็บข้อมูลดีๆไว้ในใจ เวลานำออกมาใช้มันก็ออกมาในรูปแบบที่ดี แต่ถ้าใครเลือกเก็บในสิ่งที่ไม่ดี เวลานำออกมาใช้ ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นในแต่ละวันเราก็ต้องมาดูแลรักษาจิตใจของเราบ้าง โดยก่อนนอน เราก็สวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตาให้ใจเรามีความเมตตา ชุ่มเย็น นึกถึงสิ่งที่ดีๆที่เราทำมา และสำรวจข้อผิดพลาดของตัวเองในแต่ละวัน และจะนำไปปรับปรุงในวันรุ่งขึ้น เพียงเท่านี้จิตใจของเราก็ได้รับการดูแล และส่งผลไปถึงกายของเรา คือเป็นคนที่ใครเห็นก็อยากเข้าใกล้ เพราะว่าใจของเรามีแต่ความปรารถนาดีให้กับเขาค่ะ
Subscribe to:
Posts (Atom)
