Tuesday, July 3, 2012

คิดบวกชีวิตบวก


 ทุกครั้งที่เราใช้ความคิด คิดเชิงบวก คิดในแง่ดี  หรือคิดในเชิงลบ คิดในแง่ร้าย ใจของเราก็ต้องออกแรงคิด ต้องเสียเวลาในการคิดเช่นกัน แต่ผลที่ออกมาต่างกันสุดขั้ว  ชนิดพลิกชีวิตทีเดียว

       สมมุติว่า เรากำลังคิดในแง่ร้าย คิดอาฆาตพยาบาทจองเวร คิดแต่เรื่องเศร้าหมอง กังวลใจ คิดถึงแต่คำตำหนิติเตียนของผู้อื่น มีแต่ความเจ้าคิดเจ้าแค้น ปวดร้า้วใจอยู่คนเดียว กลับกลายเป็นว่า เราทำร้ายซ้ำเติมตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก ใจจึงมีแต่ความเศร้าหมองไม่ผ่องใส 

        ตรงกันข้าม คนที่ชอบคิดในเชิงบวก หากถูกผู้อื่นติฉินนินทา ก็ไม่คิดโกรธเคือง และยังหันกลับมามองตัวเองว่ามีข้อบกพร่องทางใดบ้าง   จึงสามารถปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นได้ จิตใจก็สดชื่น อารมณ์แจ่มใส ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความสบายใจ จึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดทรัพย์ ดึงดูดคนดี และช่องทางความสำเร็จเข้ามาในชีวิต 

     คนที่มีความคิดในเชิงบวก มองโลกในแง่ดี ย่อมประสบความสุข ความสำเร็จเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นคนเดินดินกินข้าวแกง หรือนักบริหารระดับสูงก็ตาม เช่น นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านท่านหนึ่ง ที่เคยเจออุปสรรคในการทำธุรกิจ มีหนี้เป็นพันล้าน แต่ก็ไม่ได้กลุ้มจนเกินไป ยังหมั่นทำบุญ นั่งสมาธิทำใจให้สบาย แล้วหาวิธีแก้ไขปัญหา จนสามารถใช้หนี้ได้หมดและกลายเป็นเศรษฐีระดับหมื่นล้าน แถมยังได้รางวัล Best CEO of the year หรือผู้บริหารดีเ่ด่นแห่งปี ซึ่งการเงินธนาคารร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้จัดมอบรางวัล SET AWARD 2004 นอกจากนั้น ยังได้รับรางวัลบริษัทจดทะเบียนที่มีฐานการเงินและผลการดำเนินงานดีเด่น หรือ Best Performance Award อีกด้วย ส่วนคนเดินดินกินข้าวแกง ก็ไม่คิดย่อท้อ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินด้วยอาชีพสุจริต และศึกษาหาแนวทางจากผู้ประสบความสำเร็จ และมีภาพความสำเร็จของตนเองอยู่ในใจเสมอ

      คนที่มีความคิดในแง่บวก ย่อมเปลี่ยนอุปสรรคให้กลายเป็นบันไดสวรรค์ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ที่จะฝึกฝนพัฒนาตัวเอง ให้มีความเชี่ยวชาญรอบรู้มากขึ้น

No comments:

Post a Comment