"ดร.อาหาร ดร.เงียบ และ ดร.รื่นเริง" เป็นผู้เชี่ยวชาญยารักษาที่ดีที่สุดในโลก การรักษาเยียวยานั้น ต้องมาจากภายในและเรานั่นเองและที่จะมีอำนาจรักษาตัวเองได้
ผลการวิจัย ของการยิ้ม มีผลต่อสุขภาพร่างกาย คือ
ด้านร่างกาย. มีหลักฐานการศึกษาวิจัยหลายเรื่องที่แสดงถึงผลของการยิ้มที่มีต่อสุขภาพร่างกาย คือ ทำให้ร่างกายแข็งแรง และสามารถช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นจากอาการเจ็บป่วยเร็วขึ้นด้วย
ด้านจิตใจ. รอยยิ้มทำให้จิตใจเป็นสุข อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด ช่วยให้มองโลกในแง่ดีขึ้น และการยิ้มในสถานการณ์ที่คับขันยังช่วยเพิ่มความกล้าในจิตใจด้วย ทำให้มีพลังที่จะเอาชนะปัญหาอุปสรรคมากขึ้น
ด้านจิตใจ. รอยยิ้มทำให้จิตใจเป็นสุข อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด ช่วยให้มองโลกในแง่ดีขึ้น และการยิ้มในสถานการณ์ที่คับขันยังช่วยเพิ่มความกล้าในจิตใจด้วย ทำให้มีพลังที่จะเอาชนะปัญหาอุปสรรคมากขึ้น
นอกจากการยิ้มจะดีต่อร่างกายและจิตใจแล้ว สำหรับการทำงานก็เป็นผลดีสำหรับผู้ที่ต้องพบปะผู้คนมากมาย ซึ่งรอยยิ้มจะทำให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความไม่ประหม่า เช่นเมื่อมีลูกค้ามาติดต่องาน หากเราไม่ยิ้มแย้มทำหน้าบึ้งตึ้ง ลูกค้าก็ไม่อยากจะคุยด้วยเท่าไร หากว่าลูกค้ารายนั้นเป็นลูกค้ารายใหญ่ เราก็ชวดเงินก้อนใหญ่ไปอย่างน่าเสียดาย หรือในบางครั้งคนอื่นจะตัดสินเราที่เสียงมากกว่ารูปร่างหน้าตา ดังนั้นเราควรจะพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าเวลาตอบโทรศัพท์ คนที่อยู่ปลายสายอีกข้างหนึ่ง ไม่เห็นรอยยิ้มกับประกายตา อันแวววาวของคุณหรอก แต่คุณต้องใส่มันลงไปในน้ำเสียง มาพูดโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มกันดีกว่า
และที่สำคัญ "ยิ้ม"ยังเป็น1 ในกฎเหล็กที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จด้วย เพราะฉะนั้นใครที่รู้เคล็ดลับแล้วต้องหมั่นพยายามยิ้มบ่อยๆ ไม่ใช่ยิ้มแบบเสแสร้งแต่เราต้องยิ้มออกมาจากใจ เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความจริงใจของเรานะคะ สำหรับใครที่เบื่อโลก ขี้เกียจจะยิ้ม เรามีวิธีคือ ตื่นมาเมื่อเราแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก่อนออกจากบ้านให้เรายิ้มให้ตัวเองในกระจกแล้วบอกกับตัวเองว่าวันนี้ ฉันจะต้องดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้นทุกวัน แค่นี้เราก็ยิ้มออกแล้วล่ะค่ะ

No comments:
Post a Comment