Tuesday, July 3, 2012

ผู้มีจิตใจที่มั่นคง


ผู้มีจิตใจที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวในสุขและทุกข์ อดทนต่ออารมณ์การกระทบกระทั่ง และสิ่งที่มาเย้ายวนย่อมทำงานใหญ่ได้ดี โดยเฉพาะการทำงานเป็นทีม ต้องอาศัยความรู้ความสามารถของแต่ละคนมาเติมเต็มให้สมบูรณ์ ไม่มีใครเก่งกว่าใคร ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ต้องทุ่มเทเสียสละเวลาเข้าหากัน เพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้ จนบรรลุเป้าหมายจนประสบความสำเร็จในที่สุด

        บุคคลที่ทำงานใหญ่เป็นทีม ต้องคิดไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งผู้นำและผู้ร่วมงาน เมื่อพบปัญหาอุปสรรค ให้วางใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้าย ด้วยการทำสมาธิควบคุมจิตใจมิให้หวั่นไหว แล้วนำสติปัญญาที่เกิดจากสมาธิแก้ไขปัญหา ทำงานต่อไปอย่างมุ่งมั่น สร้างภาวะผู้นำให้เกิดขึ้นในตนเองก่อน เช่น
1. มาทำงานตั้งแต่เช้า ก่อนเวลาทำงาน จะได้มีเวลาสำรวจข้อบกพร่องของงาน แล้วหาแนวทางแก้ไข ก่อนส่งต่อไปถึงมือของผู้ที่ปฏิบัติงานจริงพร้อมกับคำแนะนำ ไม่ติเตียนผู้ร่วมงานด้วยเหตุผลเพียงเล็กน้อย
2. ให้เกียรติและไว้ใจทีมงาน แต่อย่าวางใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะบางคนขยัน อดทน แต่ประสบการณ์ยังไม่มากพอ อาจตัดสินใจผิดพลาด ผู้นำที่ดีต้องมีศิลปะในการตามงาน
3. ไม่เสียเวลา เสียอารมณ์กับเรื่องไร้สาระ ใจต้องมุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ท้อถอย ผู้นำที่ดีจะไม่พูดจาประชดประชันใครในที่สาธาณะ ไม่นินทาให้ร้ายใครทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพราะคำพูดที่เอนเอียง มีอคติ ย่อมไร้น้ำหนักหมดความศักดิ์สิทธิ์

       เมื่อใด ที่จิตใจเกิดความหวั่นไหว ตั้งสติให้ดี ปล่อยวางภารกิจลงชั่วคราว แล้วหลับตาทำสมาธิ  จน อารมณ์เป็นปกติมั่นคงแล้ว ค่อยลงมือทำงานต่อ งานก็จะดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพเกินความคาดหมาย


 

No comments:

Post a Comment